🔥 ① เปิดเรื่อง
Cable Tray ที่เลือก “พอดีเกินไป”
คือความผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุดในงานโรงงาน
ผลลัพธ์คือ:
- สายแน่นเกิน
- ระบายความร้อนไม่ดี
- ขยายระบบไม่ได้
ถ้าคุณกำลังหา
👉 วิธีเลือกขนาด Cable Tray
นี่คือแนวทางแบบมืออาชีพที่ใช้จริง
⚡ ② เหมาะสำหรับใคร
- วิศวกร / ช่างไฟ
- ผู้รับเหมา
- เจ้าของโรงงาน
- งานระบบไฟขนาดกลาง–ใหญ่
📘 ③ Cable Tray มีขนาดอะไรบ้าง
ขนาดหลักที่ต้องรู้:
🔹 ความกว้าง (Width)
- 100 mm
- 200 mm
- 300 mm
- 400 mm
- 600 mm
🔹 ความสูง (Height)
- 50 mm
- 75 mm
- 100 mm
👉 เลือกจาก “จำนวนสาย + ขนาดสาย”
🧠 ④ หลักการเลือกขนาด Cable Tray
ต้องดู 3 อย่าง:
- จำนวนสาย
- ขนาดสาย
- การขยายในอนาคต
📊 ⑤ สูตรเลือกแบบช่าง (ใช้งานจริง)
🔹 กฎ 70%
- ใช้พื้นที่จริงไม่เกิน 70%
- เหลือพื้นที่ 30%
👉 เพื่อระบายความร้อน + เผื่อเพิ่มสาย
🔹 ตัวอย่าง
ถ้าคำนวณได้ 200 mm
👉 เลือก 300 mm
🔧 ⑥ วิธีคำนวณพื้นที่สาย (แบบง่าย)
- รวมเส้นผ่านศูนย์กลางสายทั้งหมด
- เผื่อ spacing ระหว่างสาย
- เพิ่ม 30% สำหรับอนาคต
👉 ไม่ต้องคำนวณซับซ้อน
ใช้ “เผื่อ” เป็นหลัก
⚠️ ⑦ ถ้าเลือกขนาดผิดจะเกิดอะไร
❌ เล็กเกิน
- สายแน่น
- ร้อน
- เสี่ยงไฟไหม้
❌ ใหญ่เกิน
- เปลืองงบ
- ใช้พื้นที่เยอะ
- โครงสร้างใหญ่เกินจำเป็น
👉 ต้อง “พอดี + เผื่อ”
🔌 ⑧ แยก Tray ตามประเภทสาย
ควรแยก:
- Power
- Control
- Signal
- Data
หรือใช้:
- Tray แยก
- Divider
📏 ⑨ ความสูงของ Tray สำคัญไหม
✔ สำคัญ
- สูงมาก → ใส่สายได้มาก
- สูงน้อย → เหมาะงานเล็ก
👉 งานใหญ่ → ใช้ 75–100 mm
🛡️ ⑩ ปัจจัยอื่นที่ต้องพิจารณา
- น้ำหนักสาย
- สภาพแวดล้อม (ร้อน / ชื้น)
- indoor / outdoor
- การบำรุงรักษา
📦 ⑪ วิธีเลือกให้รองรับอนาคต
- เผื่อพื้นที่ 30%
- เผื่อ load เพิ่ม
- เผื่อสายใหม่
👉 งานดีต้องคิด “อนาคต”
💡 ⑫ เคล็ดลับช่างมืออาชีพ
- อย่าเลือก “พอดีเป๊ะ”
- เผื่อขยายเสมอ
- เลือก tray ใหญ่ขึ้น 1 step
- คิดระยะยาวตั้งแต่แรก
👉 เปลี่ยนทีหลัง = แพงกว่าเยอะ
❓ ⑬ FAQ
Q: เลือกใหญ่ไว้ดีกว่าไหม?
A: ดีกว่าเล็กเกิน แต่ต้องไม่เกินความจำเป็น
Q: ต้องเผื่อกี่เปอร์เซ็นต์?
A: ประมาณ 20–30%
🏁 ⑭ สรุป
การเลือกขนาด Cable Tray ที่ถูกต้อง ต้อง:
- คำนวณจำนวนสาย
- ใช้พื้นที่ไม่เกิน 70%
- เผื่อขยายในอนาคต
- เลือกขนาดให้เหมาะกับงาน
ถ้าคุณเลือกถูก
👉 ระบบจะไม่ร้อน ไม่แน่น และขยายได้ง่าย
💬 ⑮ คำถามชวนคิด
คุณเคยเจองานที่
“Cable Tray เต็มจนใส่สายเพิ่มไม่ได้” ไหม?




