วิธีคำนวณระยะ LAN – วัดให้แม่น ใช้ให้เต็มประสิทธิภาพ ไม่ให้สัญญาณตก


① 🔥 บทนำ: สายยาวไป = ช้า สายสั้นไป = ใช้ไม่ได้

ปัญหาที่เจอบ่อย:

  • เน็ตช้าโดยไม่รู้สาเหตุ
  • ต่อได้แต่หลุด
  • วิ่งไม่เต็มสปีด

👉 สาเหตุหลัก:

❌ ระยะเกินมาตรฐาน


👉 จำไว้:
“LAN มีระยะจำกัด ไม่ใช่จะลากได้ยาวเท่าไรก็ได้”


② 🌐 ระยะ LAN คืออะไร

ระยะ LAN:

👉 ความยาวสายจากต้นทาง → ปลายทาง


เช่น:

✔ Router → PC
✔ Switch → Camera
✔ Switch → AP


👉 ทุกเส้นต้องคำนวณ


③ 📏 ระยะมาตรฐานของสาย LAN

✔ สูงสุด = 100 เมตร


แบ่งเป็น:

  • 90 เมตร (สายหลัก)
  • 10 เมตร (Patch cord)

👉 มาตรฐานโลก


④ 📦 สูตรคำนวณระยะ LAN

ระยะจริง + เผื่อ + จุดเชื่อมต่อ


ตัวอย่าง:

  • วัดได้ 80 เมตร
  • เผื่อ 10 เมตร

👉 รวม = 90 เมตร


👉 ยังอยู่ในมาตรฐาน


⑤ 🧰 ปัจจัยที่มีผลต่อระยะ

✔ คุณภาพสาย
✔ สัญญาณรบกวน
✔ การเดินสาย


👉 ส่งผลโดยตรง


⑥ 🧵 ถ้าเกิน 100 เมตรต้องทำยังไง

✔ ใช้ Switch เพิ่ม
✔ ใช้ Repeater
✔ ใช้ Fiber Optic


👉 แก้ได้


⑦ ⚡ ความเร็ว vs ระยะ

  • ใกล้ = เต็มสปีด
  • ไกล = ตก

👉 ยิ่งยาว ยิ่งเสี่ยง


⑧ 📡 การวัดระยะจริง

✔ ใช้สายวัด
✔ ใช้ Laser
✔ ใช้แปลน


👉 ห้ามกะ


⑨ ⚠️ จุดพลาดยอดฮิต

  • ลากเกิน 100 เมตร
  • ใช้สายคุณภาพต่ำ
  • ไม่เผื่อ

👉 ทำให้ระบบ “ไม่เสถียร”


⑩ 🔗 การออกแบบระยะหลายจุด

✔ แบ่ง Segment
✔ ใช้ Switch กลาง


👉 ลดระยะต่อเส้น


⑪ 💡 คำแนะนำจากช่าง

  • ไม่เกิน 90 เมตรดีที่สุด
  • ใช้ Cat6
  • วางแผนก่อนเดิน

👉 จบตั้งแต่ต้น


⑫ 🧠 สรุป

การคำนวณระยะ LAN:

✔ ต้องไม่เกิน 100 เมตร
✔ ต้องเผื่อ
✔ ต้องวัดจริง


👉 จำไว้:
“ระยะถูก = ความเร็วเต็ม”


⑬ ❓ FAQ

Q: 120 เมตรใช้ได้ไหม?
A: ไม่ควร


Q: Cat6 วิ่งได้ไกลกว่าไหม?
A: ไม่มาก


⑭ 💬 คำถามชวนคิด

ระบบของคุณตอนนี้…

👉 “มีเส้นไหนเกิน 100 เมตรหรือยัง?”