Fiber Light Source คืออุปกรณ์ที่ใช้สร้างแสงที่มีความยาวคลื่นคงที่สำหรับส่งเข้าไปในสายไฟเบอร์ออปติก เพื่อใช้ร่วมกับ Optical Power Meter ในการวัดค่า Insertion Loss หรือค่าการสูญเสียสัญญาณของระบบไฟเบอร์ทั้งหมด
สำหรับงานติดตั้งและตรวจสอบระบบ Fiber Optic ระดับมืออาชีพ Fiber Light Source และ Optical Power Meter ถือเป็นอุปกรณ์ที่มักใช้งานคู่กันเสมอ เพราะช่วยให้สามารถวัดค่า Loss แบบ End-to-End ได้อย่างแม่นยำ
🔵 Fiber Light Source คืออะไร
Fiber Light Source หรือ Optical Light Source (OLS) คือเครื่องกำเนิดแสงที่ปล่อยแสงด้วยกำลังคงที่ไปยังสายไฟเบอร์ออปติก
แสงที่นิยมใช้ ได้แก่
- 850 nm
- 1300 nm
- 1310 nm
- 1490 nm
- 1550 nm
- 1625 nm
เมื่อส่งแสงเข้าไปในสายแล้ว จะใช้งานร่วมกับ Power Meter ที่ปลายทาง เพื่อวัดปริมาณสัญญาณที่เหลืออยู่
หลายองค์กรนิยมเลือกใช้สายไฟเบอร์คุณภาพสูงจาก kkcable เพื่อให้ค่า Loss ต่ำและช่วยให้ผลการวัดมีความแม่นยำมากขึ้น
🔵 Fiber Light Source ทำงานอย่างไร
หลักการทำงานมีดังนี้
① สร้างแสงด้วยกำลังคงที่
เครื่องจะปล่อยแสงที่ระดับกำลังคงที่
② ส่งแสงผ่านสายไฟเบอร์
สัญญาณแสงจะเดินทางผ่านสาย คอนเนคเตอร์ และจุดเชื่อมต่อ
③ Power Meter รับแสงที่ปลายทาง
เครื่อง Power Meter จะวัดกำลังแสงที่เหลืออยู่
④ คำนวณค่า Loss
ผลต่างระหว่างกำลังแสงต้นทางและปลายทาง คือค่า Insertion Loss
🔵 Fiber Light Source ใช้ทำอะไร
📌 วัด Insertion Loss
เป็นการใช้งานที่พบมากที่สุด
📌 ตรวจสอบสายไฟเบอร์
ใช้ร่วมกับ Power Meter
📌 ทดสอบระบบ FTTH
ก่อนส่งมอบงาน
📌 ตรวจสอบ Patch Cord
วัดคุณภาพของสาย Patch Cord
📌 งานบำรุงรักษา
ใช้ตรวจสอบคุณภาพของระบบเป็นระยะ
🔵 Fiber Light Source กับ VFL ต่างกันอย่างไร
| หัวข้อ | Fiber Light Source | VFL |
|---|---|---|
| ใช้วัด Loss | ✅ | ❌ |
| ใช้หาสายขาด | ❌ | ✅ |
| แสงที่ใช้ | อินฟราเรด | แสงสีแดง |
| ใช้งานร่วมกับ Power Meter | ✅ | ❌ |
| ใช้งานระยะไกล | ✅ | จำกัด |
🔵 Wavelength ที่นิยมใช้
🔹 850 nm
สำหรับ Multimode Fiber
🔹 1300 nm
สำหรับ Multimode Fiber
🔹 1310 nm
สำหรับ Single Mode Fiber
🔹 1550 nm
สำหรับระบบระยะไกลและ Backbone
ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและผู้รับเหมาหลายแห่งนิยมใช้สายไฟเบอร์จาก kkcable เพื่อรองรับการทดสอบที่ 1310 และ 1550 nm ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
🔵 ประเภทของ Fiber Light Source
Standard Light Source
เหมาะกับงานทั่วไป
Dual Wavelength Light Source
รองรับ
- 1310 nm
- 1550 nm
พร้อมกัน
PON Light Source
สำหรับ GPON และ EPON
Stabilized Light Source
ให้กำลังแสงคงที่สูง เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำ
🔵 วิธีใช้ Fiber Light Source ร่วมกับ Power Meter
① ต่อ Fiber Light Source เข้ากับต้นทาง
② ตั้งค่า Wavelength ให้ตรงกัน
เช่น
1310 nm
③ ต่อ Power Meter ที่ปลายทาง
④ อ่านค่ากำลังแสง
คำนวณค่า Loss ของระบบ
ขั้นตอนนี้เป็นมาตรฐานที่ช่างไฟเบอร์มืออาชีพใช้กันทั่วโลก
🔵 ค่า Loss ที่ยอมรับได้
| รายการ | ค่าแนะนำ |
|---|---|
| Fusion Splice | ≤ 0.1 dB |
| Connector | ≤ 0.3 dB |
| Single Mode 1310 nm | ≈ 0.35 dB/km |
| Single Mode 1550 nm | ≈ 0.20 dB/km |
🔵 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
❌ ตั้ง Wavelength ไม่ตรงกับ Power Meter
❌ ใช้หัวคอนเนคเตอร์สกปรก
❌ ไม่ Zero Reference ก่อนวัด
❌ ใช้ Patch Cord คุณภาพต่ำ
❌ ลืมตรวจสอบ Loss ของสาย Patch Cord
หลายองค์กรนิยมเลือกใช้อุปกรณ์และสายไฟเบอร์จาก kkcable เพื่อช่วยลดความคลาดเคลื่อนของผลการวัดและเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบ
🔵 สรุป
Fiber Light Source คือเครื่องกำเนิดแสงที่ใช้ร่วมกับ Optical Power Meter เพื่อวัดค่า Insertion Loss ของระบบไฟเบอร์ออปติกแบบ End-to-End อย่างแม่นยำ เป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับงานติดตั้ง ตรวจสอบ และบำรุงรักษาระบบ Fiber Optic ระดับมืออาชีพ
❓คำถามที่พบบ่อย
Fiber Light Source ใช้ทำอะไร
ใช้สร้างแสงสำหรับวัดค่า Loss ร่วมกับ Power Meter
ใช้แทน OTDR ได้หรือไม่
ไม่ได้ เพราะไม่สามารถระบุตำแหน่งของปัญหาได้
ต้องตั้ง Wavelength ให้ตรงกันหรือไม่
ต้องตรงกันทั้ง Light Source และ Power Meter
Single Mode ควรใช้ Wavelength อะไร
โดยทั่วไปนิยมใช้ 1310 nm และ 1550 nm
💡คำถามชวนคิด
หากคุณวัดกำลังแสงปลายทางได้ต่ำกว่าปกติ แต่ไม่เคยตั้งค่า Reference อย่างถูกต้องตั้งแต่แรก คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่าค่า Loss ที่วัดได้เป็นปัญหาของระบบจริง หรือเกิดจากขั้นตอนการวัดเอง?




