FTTH Split Ratio คืออะไร? เลือก 1:8, 1:16 หรือ 1:32 แบบไหนดี

FTTH Split Ratio คืออัตราส่วนการแบ่งสัญญาณของ Optical Splitter ในระบบ FTTH (Fiber to the Home) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพสัญญาณ ความเร็วอินเทอร์เน็ต จำนวนผู้ใช้งานที่รองรับ และค่า Optical Loss ของระบบ

การเลือก Split Ratio ที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้สัญญาณอ่อน ความเร็วลดลง หรือไม่สามารถขยายเครือข่ายได้ในอนาคต ดังนั้นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) และผู้ออกแบบระบบ FTTH จึงต้องคำนวณ Split Ratio อย่างรอบคอบ ซึ่งเป็นหลักการที่ kkcable ใช้ในการออกแบบโครงข่ายไฟเบอร์ทุกโครงการ


FTTH Split Ratio คืออะไร

Split Ratio คืออัตราส่วนของการแบ่งสัญญาณจากสาย Fiber Optic 1 เส้น ไปยังผู้ใช้งานหลายรายผ่าน Optical Splitter

ตัวอย่าง

  • 1:2 หมายถึง แบ่งสัญญาณออก 2 ช่อง
  • 1:8 หมายถึง แบ่งออก 8 ช่อง
  • 1:16 หมายถึง แบ่งออก 16 ช่อง
  • 1:32 หมายถึง แบ่งออก 32 ช่อง
  • 1:64 หมายถึง แบ่งออก 64 ช่อง

ยิ่งจำนวนพอร์ตมาก สัญญาณแสงที่แต่ละพอร์ตได้รับก็จะลดลง


Split Ratio ทำงานอย่างไร

ตัวอย่างการแบ่งสัญญาณ

OLT
 │
Fiber Cable
 │
1:8 Splitter
 ├── บ้าน 1
 ├── บ้าน 2
 ├── บ้าน 3
 ├── บ้าน 4
 ├── บ้าน 5
 ├── บ้าน 6
 ├── บ้าน 7
 └── บ้าน 8

Optical Splitter จะกระจายกำลังของสัญญาณแสงไปยังทุกพอร์ตโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า


Split Ratio ที่นิยม

Split Ratioเหมาะสำหรับ
1:2ระบบทดสอบ / ผู้ใช้น้อย
1:4อาคารสำนักงานขนาดเล็ก
1:8หมู่บ้านขนาดเล็ก
1:16โครงการที่อยู่อาศัย
1:32ระบบ FTTH มาตรฐานของ ISP
1:64โครงข่ายขนาดใหญ่

ในหลายประเทศ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตนิยมใช้ 1:32 เพราะให้ความสมดุลระหว่างต้นทุนและประสิทธิภาพ


Split Ratio มีผลต่อ Optical Loss อย่างไร

ทุกครั้งที่แบ่งสัญญาณ จะเกิดการสูญเสียกำลังแสง (Insertion Loss)

ตัวอย่างโดยประมาณ

Split RatioOptical Loss
1:23.5 dB
1:47.2 dB
1:810.5 dB
1:1613.7 dB
1:3217.0 dB
1:6420.5 dB

หมายเหตุ: ค่าจริงอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามผู้ผลิตและชนิดของ Splitter


ปัจจัยที่ใช้เลือก Split Ratio

ก่อนเลือก ควรพิจารณา

✅ จำนวนผู้ใช้งาน

✅ ระยะทางของสาย Fiber Optic

✅ ค่า Optical Budget

✅ มาตรฐาน GPON หรือ XGS-PON

✅ แผนการขยายระบบในอนาคต


ข้อดีของ Split Ratio ต่ำ

เช่น 1:4 หรือ 1:8

  • Optical Loss ต่ำ
  • สัญญาณแรงกว่า
  • รองรับระยะทางไกล
  • เหมาะกับพื้นที่ห่างไกล

ข้อเสียคือใช้สายและพอร์ต OLT มากขึ้น


ข้อดีของ Split Ratio สูง

เช่น 1:32 หรือ 1:64

  • ลดต้นทุนการติดตั้ง
  • รองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก
  • ใช้สาย Fiber Optic น้อยลง
  • ใช้พอร์ต OLT น้อยลง

แต่ต้องออกแบบ Optical Budget อย่างรอบคอบ เพราะค่า Loss จะสูงขึ้น


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เลือก Split Ratio สูงเกินไป
  • ไม่คำนวณ Optical Budget
  • ไม่เผื่อจำนวนผู้ใช้งานในอนาคต
  • ใช้ Splitter คุณภาพต่ำ
  • ติดตั้ง Splitter ในจุดที่เข้าถึงยาก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Split Ratio ที่ดีที่สุดคือเท่าไร?

ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้งาน ระยะทาง และการออกแบบระบบ แต่สำหรับ FTTH ทั่วไป 1:16 และ 1:32 เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

สามารถใช้ 1:64 ได้หรือไม่?

ได้ หากค่า Optical Budget เพียงพอ และอุปกรณ์รองรับ แต่ต้องคำนวณ Optical Loss อย่างละเอียด

Split Ratio มีผลต่อความเร็วอินเทอร์เน็ตหรือไม่?

มีผลทางอ้อม หากค่า Optical Loss สูงเกินไป คุณภาพสัญญาณจะลดลง ส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบ

ควรเลือก Split Ratio อย่างไร?

ควรพิจารณาจำนวนผู้ใช้งาน ระยะทาง และงบประมาณ พร้อมคำนวณ Optical Budget อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นแนวทางที่ kkcable ใช้ในการออกแบบโครงข่าย FTTH ทุกโครงการ


สรุป

FTTH Split Ratio คืออัตราส่วนการแบ่งสัญญาณของ Optical Splitter ซึ่งมีผลต่อจำนวนผู้ใช้งาน ค่า Optical Loss และต้นทุนของระบบ การเลือก Split Ratio ที่เหมาะสม เช่น 1:8, 1:16 หรือ 1:32 จะช่วยให้โครงข่าย FTTH มีความเสถียร รองรับการขยายในอนาคต และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด