แผง Patch Panel LINK Shielded Unloaded 24 Port 1U รุ่น US-3002SA

แผง Patch Panel LINK รุ่น US-3002SA แบบ Shielded Unloaded Staggered จำนวน 24 พอร์ต ขนาด 19 นิ้ว ใช้พื้นที่ตู้แร็ค 1U พร้อมช่องติดป้ายพอร์ตและส่วนช่วยจัดการสาย รองรับการเลือกติดตั้ง Modular Jack ตามระบบที่ต้องการ สำหรับระบบ CAT8 ใช้ร่วมกับ LINK US-1044TF เหมาะสำหรับตู้แร็ค ห้องเซิร์ฟเวอร์ ศูนย์ข้อมูล และระบบเครือข่ายองค์กร

รหัสสินค้า: US-3002SA หมวดหมู่: ป้ายกำกับ: , , , แบรนด์:

① Patch Panel LINK US-3002SA คืออะไร

LINK US-3002SA เป็นแผงกระจายสายแลนแบบ Shielded Unloaded Patch Panel จำนวน 24 พอร์ต ออกแบบสำหรับติดตั้งกับตู้แร็คมาตรฐาน 19 นิ้ว โดยใช้พื้นที่แนวตั้ง 1U

คำว่า Unloaded หมายถึงแผงเปล่าที่ยังไม่ได้ติดตั้ง Modular Jack ผู้ใช้งานสามารถเลือก Jack ให้ตรงกับ Category และรูปแบบระบบสายได้ สำหรับระบบ CAT8 ผู้ผลิตระบุให้ใช้ร่วมกับ Jack รุ่น US-1044TF ลูกค้าในจังหวัดขอนแก่นสามารถสอบถามรายการอุปกรณ์ที่ต้องใช้ร่วมกันกับ KK Cable ก่อนสั่งซื้อได้

② จุดเด่นของ LINK US-3002SA

  • แผง Patch Panel แบบ Unloaded สำหรับเลือกใส่ Jack แยกแต่ละช่อง
  • รองรับ Modular Jack สูงสุด 24 พอร์ต
  • ใช้พื้นที่ตู้แร็คเพียง 1U
  • ออกแบบสำหรับตู้แร็คมาตรฐาน 19 นิ้ว
  • รูปแบบ Staggered ช่วยจัดตำแหน่งช่องเชื่อมต่อ
  • โครงสร้างแบบ Shielded สำหรับระบบสายที่ต้องการป้องกันสัญญาณรบกวน
  • มีพื้นที่สำหรับติดป้ายชื่อหรือหมายเลขพอร์ต
  • ช่วยจัดระเบียบสาย Permanent Link ภายในตู้แร็ค
  • เปลี่ยน Jack เฉพาะช่องที่ชำรุดได้
  • สำหรับระบบ CAT8 สามารถเลือกติดตั้ง LINK US-1044TF

③ ข้อมูลทางเทคนิค

ยี่ห้อ LINK
รุ่น US-3002SA
ประเภทสินค้า Unloaded Patch Panel
จำนวนช่อง 24 พอร์ต
รูปแบบช่อง Staggered
โครงสร้างแผง Shielded
ขนาดติดตั้ง 19 นิ้ว
พื้นที่ตู้แร็ค 1U
รูปแบบการโหลด เลือกติดตั้ง Modular Jack แยกแต่ละช่อง
Jack สำหรับระบบ CAT8 LINK US-1044TF
ระบบป้ายกำกับ รองรับป้ายชื่อหรือหมายเลขพอร์ต
พื้นที่ใช้งาน ภายในอาคารและภายในตู้แร็ค

หมายเหตุ: US-3002SA เป็นแผงเปล่า Modular Jack จำหน่ายแยกต่างหาก จำนวนและรุ่นของ Jack ต้องเลือกตามมาตรฐานของระบบที่ต้องการติดตั้ง

④ Unloaded Patch Panel คืออะไร

Unloaded Patch Panel คือแผงกระจายสายที่ไม่มี Jack ติดตั้งมาจากโรงงาน ผู้ติดตั้งสามารถเลือกใส่ Modular Jack ลงในแต่ละช่องตามจำนวนและมาตรฐานที่ต้องการใช้งานได้

รูปแบบนี้เหมาะกับระบบที่ต้องการความยืดหยุ่น เพราะสามารถเริ่มติดตั้งเพียงบางพอร์ตแล้วเพิ่ม Jack ภายหลังได้ รวมถึงสามารถถอดเปลี่ยน Jack เฉพาะช่องโดยไม่ต้องเปลี่ยน Patch Panel ทั้งแผง

⑤ Loaded กับ Unloaded Patch Panel ต่างกันอย่างไร

รายการ Loaded Patch Panel Unloaded Patch Panel
Jack ภายในชุด ติดตั้งมาแล้ว ต้องเลือกซื้อและติดตั้งแยก
ความยืดหยุ่น ใช้ตามมาตรฐานที่กำหนดมา เลือกประเภทและจำนวน Jack ได้
การเปลี่ยนเมื่อชำรุด ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของแผง เปลี่ยนเฉพาะ Jack แต่ละช่องได้
การขยายระบบ พอร์ตติดตั้งมาครบตั้งแต่แรก เพิ่ม Jack ตามจำนวนจุดใช้งานได้
ความเหมาะสม งานที่กำหนดระบบแน่นอนแล้ว งานที่ต้องการปรับเปลี่ยนหรือขยายภายหลัง

⑥ รูปแบบ Staggered มีประโยชน์อย่างไร

Staggered Patch Panel จัดช่องพอร์ตให้มีตำแหน่งเหลื่อมหรือกระจายตัว ช่วยเพิ่มพื้นที่รอบตัว Jack และลดความหนาแน่นของสายบริเวณด้านหลังแผงเมื่อเทียบกับการวางช่องในแนวตรงทั้งหมด

การจัดวางลักษณะนี้ช่วยให้ช่างเข้าถึงตัว Jack จัดสาย และตรวจสอบหมายเลขพอร์ตได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะเมื่อติดตั้งสาย Shielded ที่มีขนาดใหญ่กว่าสาย UTP ทั่วไป

⑦ ใช้กับระบบ CAT8 อย่างไร

สำหรับระบบ CAT8 ให้นำ Jack รุ่น LINK US-1044TF ติดตั้งลงในช่องของ US-3002SA ตามจำนวนพอร์ตที่ต้องการ จากนั้นนำสายติดตั้ง CAT8 เข้ากับ Jack แต่ละตัวตามมาตรฐาน T568A หรือ T568B ที่กำหนดไว้ในโครงการ

ด้านหน้าของ Patch Panel ใช้สาย Patch Cord CAT8 เชื่อมต่อจาก Jack ไปยัง Network Switch ส่วนด้านหลังเชื่อมต่อกับสายติดตั้งที่เดินไปยังเต้ารับหรืออุปกรณ์ปลายทาง

การใช้ Patch Panel เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ระบบกลายเป็น CAT8 องค์ประกอบทั้งหมดต้องรองรับมาตรฐานเดียวกัน รวมถึงสาย Jack Patch Cord จุดเชื่อมต่อ และวิธีติดตั้ง

⑧ รองรับ Jack รุ่นใดบ้าง

US-3002SA เป็นแผงแบบ Hybrid Unloaded จึงสามารถใช้งานกับ Modular Jack ที่มีรูปแบบตัวล็อกและขนาดช่องตรงกับแผง แต่ต้องเลือก Jack ตาม Category และระบบชีลด์ที่ต้องการ

  • ระบบ CAT8 ใช้ LINK US-1044TF ตามรายการทางการของผู้ผลิต
  • ระบบ Category อื่นต้องตรวจสอบรุ่น Jack ที่ผู้ผลิตกำหนด
  • Jack ต่างยี่ห้อไม่ควรสรุปว่าใส่ได้โดยไม่ทดลองหรือยืนยันขนาด
  • Jack แบบ Shielded ควรใช้งานกับระบบกราวด์ที่เหมาะสม
  • ไม่ควรบังคับ Jack ลงในช่องหากตัวล็อกหรือขนาดไม่ตรงกัน

⑨ เหมาะสำหรับงานประเภทใด

  • ตู้แร็คภายในห้องเซิร์ฟเวอร์
  • ศูนย์ข้อมูลและห้องสื่อสาร
  • สำนักงานและอาคารธุรกิจ
  • ระบบเครือข่ายองค์กร
  • โรงงานและห้องควบคุม
  • โรงพยาบาลและสถานศึกษา
  • ระบบกล้องวงจรปิด IP
  • ระบบ Access Point และอุปกรณ์ PoE
  • โครงการที่ต้องการเริ่มใช้งานบางพอร์ตและขยายภายหลัง

⑩ อุปกรณ์ที่ควรใช้ร่วมกัน

  • Modular Jack ที่ตรงกับ Category ของระบบ
  • สายแลนติดตั้งตามมาตรฐานที่เลือก
  • สาย Patch Cord สำหรับเชื่อมต่อกับ Network Switch
  • ตู้แร็คมาตรฐาน 19 นิ้ว
  • น็อตและ Cage Nut สำหรับยึดเข้ากับตู้แร็ค
  • Cable Management สำหรับจัดสายด้านหน้า
  • สายรัดตีนตุ๊กแกสำหรับจัดสายด้านหลัง
  • ป้ายชื่อและหมายเลขพอร์ต
  • สายกราวด์หรืออุปกรณ์ Bonding ตามแบบระบบ Shielded
  • เครื่องทดสอบสายที่เหมาะกับมาตรฐานของระบบ

⑪ วิธีวางแผนหมายเลขพอร์ต

ควรกำหนดรหัสพอร์ตให้ตรงกับเต้ารับปลายทางก่อนเริ่มเข้าสาย ตัวอย่างเช่น ชั้น ห้อง หมายเลขจุด และหมายเลขพอร์ต เพื่อให้ตรวจสอบและซ่อมบำรุงได้ง่าย

พอร์ต ตัวอย่างป้าย ตำแหน่งปลายทาง
01 F1-R101-D01 ชั้น 1 ห้อง 101 จุดข้อมูล 01
02 F1-R101-D02 ชั้น 1 ห้อง 101 จุดข้อมูล 02
03 F1-AP-01 Access Point ชั้น 1 จุดที่ 01
04 F1-CAM-01 กล้อง IP ชั้น 1 ตัวที่ 01

ควรใช้รหัสเดียวกันบน Patch Panel สายทั้งสองด้าน หน้ากาก Outlet และแบบบันทึกระบบ เพื่อป้องกันความสับสนเมื่อตรวจสอบในอนาคต

⑫ ขั้นตอนเตรียมติดตั้งในตู้แร็ค

  1. ตรวจสอบว่าตู้แร็คเป็นมาตรฐาน 19 นิ้วและมีพื้นที่ว่างอย่างน้อย 1U
  2. กำหนดตำแหน่ง Patch Panel ให้อยู่ใกล้ Cable Management
  3. ตรวจสอบจำนวนสายและจำนวน Jack ที่ต้องใช้
  4. จัดทำหมายเลขพอร์ตและแผนผังสายล่วงหน้า
  5. เตรียม Cage Nut และสกรูให้เหมาะกับตู้แร็ค
  6. จัดสายด้านหลังให้ถึงตำแหน่งแผงโดยไม่ตึง
  7. เผื่อ Service Loop สำหรับการซ่อมบำรุงตามความเหมาะสม
  8. ตรวจสอบระบบ Bonding และ Grounding สำหรับงาน Shielded

⑬ ขั้นตอนติดตั้ง Jack และ Patch Panel

  1. เข้าสายแต่ละเส้นกับ Modular Jack ตามคู่มือของรุ่นนั้น
  2. ใช้มาตรฐาน T568A หรือ T568B ให้เหมือนกันทั้งระบบ
  3. ติดป้ายหมายเลขที่สายและ Jack ก่อนใส่ลงในแผง
  4. กด Jack ลงในช่องของ Patch Panel จนตัวล็อกเข้าที่
  5. ตรวจสอบตำแหน่งและหมายเลขพอร์ตให้ตรงกับแผน
  6. จัดสายด้านหลังให้โค้งอย่างเหมาะสมและไม่รับแรงดึง
  7. ยึด Patch Panel เข้ากับเสาตู้แร็คทั้งสี่จุด
  8. ติดตั้ง Cable Management บริเวณด้านหน้าหรือด้านหลัง
  9. เชื่อมต่อระบบกราวด์ตามแบบที่กำหนด
  10. ทดสอบทุกพอร์ตและบันทึกผลการทดสอบ

⑭ การจัดสายด้านหน้าและด้านหลัง

การจัดสายด้านหน้า

  • เลือก Patch Cord ให้มีความยาวพอดีกับตำแหน่ง Switch
  • เดินสายผ่าน Cable Management อย่างเป็นระเบียบ
  • หลีกเลี่ยงการพาดสายทับหมายเลขพอร์ต
  • ใช้สี Patch Cord แยกประเภทอุปกรณ์ได้ตามแผนงาน

การจัดสายด้านหลัง

  • ใช้สายรัดตีนตุ๊กแกแทนการรัดเคเบิลไทร์แน่นเกินไป
  • ไม่หักสายเป็นมุมแหลมใกล้ตัว Jack
  • จัดน้ำหนักสายไม่ให้ดึงตัว Jack ออกจากแผง
  • แยกสายข้อมูลออกจากสายไฟกำลัง
  • รักษารัศมีการโค้งงอของสายตามข้อกำหนดผู้ผลิต

⑮ ระบบกราวด์สำคัญอย่างไร

US-3002SA เป็นแผงแบบ Shielded หากใช้ร่วมกับสายและ Jack แบบมีชีลด์ ควรเชื่อมต่อระบบ Bonding และ Grounding ตามมาตรฐานของโครงการ เพื่อให้ชั้นชีลด์มีเส้นทางต่อเนื่องและช่วยลดสัญญาณรบกวนอย่างเหมาะสม

การติดตั้งกราวด์ไม่ควรทำโดยการต่อสายเข้ากับจุดโลหะใดก็ได้ ควรใช้จุด Bonding ที่กำหนดและเชื่อมต่อกับระบบกราวด์โทรคมนาคมของอาคารโดยผู้มีความรู้ หากไม่แน่ใจสามารถแจ้งลักษณะตู้แร็คและระบบให้ KK Cable ช่วยตรวจสอบรายการอุปกรณ์เบื้องต้นได้

⑯ วิธีทดสอบหลังติดตั้ง

  • ตรวจสอบลำดับสายทั้งแปดเส้น
  • ตรวจสอบสายขาดและลัดวงจร
  • ตรวจสอบ Split Pair
  • ตรวจสอบความต่อเนื่องของชีลด์
  • ตรวจสอบหมายเลขพอร์ตกับจุดปลายทาง
  • ตรวจสอบตัวล็อกของ Jack ทุกช่อง
  • ทดสอบการเชื่อมต่อกับ Network Switch
  • ใช้ Cable Certifier หากต้องการรับรองมาตรฐานของ Permanent Link

เครื่องทดสอบสายแบบทั่วไปตรวจสอบลำดับสายได้ แต่ไม่สามารถยืนยันประสิทธิภาพของระบบ CAT6, CAT6A หรือ CAT8 ได้ทั้งหมด งานที่ต้องส่งมอบผลรับรองควรใช้เครื่องทดสอบที่รองรับ Category นั้นโดยเฉพาะ

⑰ ข้อควรระวัง

  • สินค้าเป็น Patch Panel แบบ Unloaded จึงต้องซื้อ Jack แยก
  • ไม่ควรใช้ Jack ที่มีขนาดหรือตัวล็อกไม่ตรงกับช่อง
  • ไม่ควรรัดสายด้านหลังแน่นจนเปลือกสายเสียรูป
  • ไม่ควรปล่อยน้ำหนักสายดึงตัว Jack โดยตรง
  • ไม่ควรใช้ Patch Cord ยาวเกินจำเป็นจนบดบังพอร์ต
  • ไม่ควรละเลยระบบกราวด์เมื่อใช้ส่วนประกอบแบบ Shielded
  • ไม่ควรติดตั้งเกิน 24 Jack ในแผงหนึ่งชุด
  • ควรทดสอบและติดป้ายทุกพอร์ตก่อนเปิดใช้งาน

⑱ คำถามที่พบบ่อย

สินค้าแถม Modular Jack มาด้วยหรือไม่

ไม่แถม เนื่องจากเป็น Unloaded Patch Panel ผู้ติดตั้งต้องเลือกซื้อ Modular Jack แยกตามจำนวนพอร์ตและมาตรฐานที่ต้องการ

ใช้กับ CAT8 ได้หรือไม่

ใช้ได้ โดยข้อมูลระบบ CAT8 ของ LINK ระบุให้เลือกติดตั้ง Jack รุ่น US-1044TF ลงใน US-3002SA

Patch Panel รุ่นนี้เป็น CAT8 โดยตัวมันเองหรือไม่

ตัวแผงเป็นโครงสำหรับติดตั้ง Jack ประสิทธิภาพของระบบขึ้นอยู่กับ Jack สาย Patch Cord และส่วนประกอบทั้งหมด การติดตั้ง US-1044TF และอุปกรณ์ CAT8 ที่ครบถ้วนจึงทำให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบ CAT8

ใช้พื้นที่ตู้แร็คเท่าใด

ใช้พื้นที่แนวตั้ง 1U ในตู้แร็คมาตรฐาน 19 นิ้ว

ใส่ Jack ไม่ครบ 24 ช่องได้หรือไม่

ได้ สามารถติดตั้งตามจำนวนพอร์ตที่ใช้งานจริงและเพิ่มภายหลังได้ ควรใช้แผ่นปิดช่องว่างหากต้องการลดฝุ่นและทำให้แผงเรียบร้อย

ใช้กับ Jack ต่างยี่ห้อได้หรือไม่

ไม่ควรสรุปว่าใช้ได้ทันที ต้องตรวจสอบขนาด รูปทรง และกลไกตัวล็อกของ Jack ว่าตรงกับช่องของแผงก่อน

ใช้กับตู้แร็คขนาดเล็กได้หรือไม่

ใช้ได้หากตู้เป็นมาตรฐาน 19 นิ้ว มีพื้นที่ว่าง 1U และมีความลึกเพียงพอสำหรับตัว Jack สาย และรัศมีการโค้งด้านหลัง

⑲ อุปกรณ์ภายในชุด

  • แผง Patch Panel LINK รุ่น US-3002SA จำนวน 1 แผง

Modular Jack, Patch Cord, Cable Management, Cage Nut, สายกราวด์ และอุปกรณ์อื่นอาจไม่ได้รวมอยู่ในชุด ควรตรวจสอบรายการบรรจุภัณฑ์หรือใบเสนอราคาก่อนสั่งซื้อ

⑳ สรุปสินค้า

LINK US-3002SA เป็น Shielded Unloaded Staggered Patch Panel จำนวน 24 พอร์ต ขนาด 19 นิ้ว 1U เหมาะสำหรับจัดระเบียบและกระจายสายภายในตู้แร็ค สามารถเลือกติดตั้ง Modular Jack ตามจำนวนพอร์ตและมาตรฐานของระบบได้

สำหรับระบบ CAT8 ผู้ผลิตระบุให้ใช้ร่วมกับ Jack รุ่น US-1044TF การติดตั้งควรวางแผนหมายเลขพอร์ต จัดสายอย่างเหมาะสม เชื่อมต่อระบบกราวด์ และทดสอบทุกพอร์ต ผู้ใช้งานในจังหวัดขอนแก่นสามารถสอบถามรายละเอียดและตรวจสอบสินค้ากับ KK Cable ก่อนสั่งซื้อได้